รับทำFan Page Facebook,รับบริหารแคมเปญออนไลน์,รับทำเว็บไซต์,รับทำAd word,รับวางแผนสื่อออนไลน์

5 วิธีเพิ่มยอดสมาชิกE-Mail

ยอดขายสินค้าของคุณกำลังนิ่งหรือตกลงหรือเปล่า สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งคุณสามารถทำได้ก็คือ เข้าให้ถึง “inbox’” ของผู้บริโภค หากลองเปรียบเทียบเว็บไซต์ทั่วๆไปทำอยู่ก็คือ แค่ใส่กล่อง sing-up ไว้บนเว็บไซต์แล้วบอกว่า “ต้องการรับข่าวสารหรือข้อมูลใหม่ๆ” หากคุณคิดว่าแค่นั้นก็พอแล้ว ขอบอกว่านั้นเป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด อ้าว…แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคมาลงทะเบียนได้ล่ะ? คำตอบอยู่ด้านล่างนี้

1. หุ่นยนต์ หรือ มนุษย์
หากกิจการของคุณเป็นบริษัทคุณควรใส่หน้าคนลงในกล่องสำหรับ sing-up นั้นหมายถึงว่าคนในรูปแบบจะเป็นคนส่งอีเมลตอบหาพวกเขาเป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกดีมากขึ้นว่ามีคนจริงๆ ตอบอีเมลไม่ใช่จากระบบอัตโนมัติ มีเจ้าของกิจการเล็กๆ รายหนึ่งที่กล่อง sing-up ดูเหมือนมาจากระบบอัตโนมัติ ถึงแม้เจ้าของจะเขียนเองทุกคำพูด เมื่อเขาใส่หน้าตัวเองเข้าไปในหน้า sign-up ยอดลงทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 30 เปอเซ็นต์

2. แล้วฉันจะได้อะไร
ไม่มีใครสนใจคุณ บริษัทของคุณ หรือสินค้าของคุณหรอก พวกผู้บริโภคสนใจก็แค่ตัวเองเท่านั้น เคยได้ยินคนบ่นว่า “อยากได้อีเมลเยอะๆ มั้ยล่ะ” นี่ล่ะที่ทำให้คุณต้องมีเหตุผลดีๆที่จะทำให้ผู้บริโภคมาลงทะเบียนสมัครสมาชิกอีเมลกับคุณ วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ มีของฟรีแจก เช่น รายงาน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ ดาวน์โหลดของฟรีต่างๆ การให้ลงทะเบียนแบบมีของแถมสามารถช่วยเพิ่มยอดลงทะเบียนได้ถึง 50 เปอเซ็นต์ เชียวนะ ลองสมมติตัวเองเป็นผู้บริโภคแล้วถามตัวเองว่า “ฉันได้อะไรจากอีเมลนี้” จากนั้นหาคำตอบที่มันน่าจะดึงดูดผู้บริโภคได้หน่อย

3. ต้องโดดเด่น
ขอย้ำอีกทีว่าอีเมลลูกค้าหรือว่าที่ลูกค้าเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญมากที่สุด ดังนั้น อย่าเอากล่อง sign-up สำหรับให้ลงทะเบียนไปไว้ด้านข้างของหน้าเว็บหรือห้ามเอาไปไว้ด้านล่างของหน้าเว็บเด็ดขาด คุณต้องให้กล่อง sing-up ดูเด่นในหน้าแรกของเว็บ วิธีการหนึ่งที่ดีที่สุด ก็คือ การใช้ popover (คือวินโดว์เล็กๆ ที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าเว็บใหญ่บ้างก็เรียกว่า pop up) และเชื่อหรือไม่ว่าแค่ใช้ popover จะช่วยเพิ่มยอดการลงทะเบียนให้มากขึ้นได้

4. อีเมลแรกต้องให้ประทับใจ
“ความประทับใจครั้งแรกพบสำคัญกับเราฉันใด มันก็สำคัญกับอีเมลแรกด้วยฉันนั้น” ดังนั้น เมื่อมีผู้ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกข่าวสารทางอีเมลของคุณแล้วระบบจะต้องตอบกลับอัตโนมัติด้วยอีเมลแรกทันที และอีเมลแรกนี่แหละที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ลูกค้าอยู่หรือไป คุณต้องใส่เนื้อหาให้ดีและพอเหมาะ รวมถึงมีบอกด้วยว่าอีเมลครั้งต่อไปจะมีอะไรเพื่อให้ว่าที่ลูกค้ารู้สึกอยากติดตาม จงจำไว้ว่าอีเมลฉบับแรกของคุณต้องทำให้คนรับร้อง “ว้าว” ให้จงได้

5. ทดสอบหลายๆ ครั้ง
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า กล่อง sing up ของคุณยังทำงานดีอยู่ คุณต้องหมั่นทดสอบกล่อง sign up ของคุณจากเว็บบราวเซอร์ต่างๆ เพราะหากมีการเปลี่ยนลิงก์ไปเพียงนิดเดียว ผู้ใช้ภายนอกก็ไม่สามารถลงทะเบียนได้ นอกจากนี้แล้วคุณอาจสร้างแบบฟอร์มให้กรอกอย่างน้อยสองแบบ แล้วทดสอบทีละแบบ ลองเข้าไปทดสอบที่ Google Website Optimizer ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ที่มา นิตยสาร SME Thailand ฉบับบเดือนมิถุนายน